TOUR ANGKOR WAT

นครวัด–นครธม-บันทายสรี

เขมร 3 วัน 2 คืน

            
กำหนดการเดินทาง
ทุกวันศุกร์ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 06.00 น. ที่โรงเรียนหอวัง ถนนวิภาวดี

    วันแรก


กรุงเทพ - ปอยเปต - เสียมเรียบ

05.30 น.


พร้อมกันที่หน้าโรงเรียนหอวัง ถนนวิภาวด

06.00 น.


ออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

10.30 น.

 

ถึงชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ปอยเปต หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว หยุดชมวัดสุเพียะมงคล
สถานที่รวบรวมร่างผู้บริสุทธิที่เสียชีวิตจากการกระทำของเหล่าเขมรแดง

12.30 น.

 

รับประทานอาหารกลางที่ ห้องอาหารประกายพฤษก จากนั้นออกเดินทางสู่เสียมเรียม ถึงเสียมเรียบ เดินทางเที่ยวชมตัวเมืองเสียมเรียบ
แวะนมัสการพระประจำเมือง องค์แจด องค์จอม ชมสวนสมเด็จฮุนเซ็นและพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน
และเคยเป็นที่รับรองสมเด็จพระเทพฯเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวัน ครั้งเสด็จเยือนเมืองเสียมเรียบ
จากนั้นชมศูนย์หัตถกรรมด้านผ้าไหม และโรงเรียนแกะสลักหิน ทั้ง 2 ที่นี้เปิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ
ตามโครงการศูนย์ศิลปชีพพิเศษของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงงานหัตถกรรม
รวมถึงการสืบทอดศิลปกรรมโบราณให้คงอยู่ อีกทั้งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชากร
ท่านจะได้ชมและเลือกซื้อผลงามที่งดงาม ในราคาอันย่อมเยาว์ ได้เวลาแล้วเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ค่ำ


รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ที่พัก


พักที่ โรงแรม ซิตี้ อังกอร์ หรือ อังกอร์ฮอลิเดย์ ระดับ 4 ดาว

วันที่สอง


เสียมเรียบ

เช้า


อาหารเช้าในโรงแรม

เดินทางไปชม ปราสาทบันทายสรี(Banteay Srei) ซึ่งสร้างตอนปลายสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมิน(พ.ศ.1510)
แต่มาเสร็จเอาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นพระราชโอรส แต่คนที่สร้างต่อจนเสร็จเป็นพราหมณ์ชื่อคุรุยัชญวราหะ
ตัวปราสาทสร้างในแนวราบ เป็นปราสาทหลังเล็กๆกลุ่มหนึ่ง สร้างด้วยหินทรายสีชมพูแกะสลักภาพนูนต่ำอย่างงดงามมาก
โคปุระของปราสาทบันทายสรีมีลวดลายงดงามมาก จำหลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ผ่านโคปุระชั้นนอก
ซึ่งมีกรอบประตูไม่ใหญ่นักเข้าไป จะเป็นทางเดินปูลาดด้วยหินทราย สองข้างทางปักด้วยเสานางเรียง ทำด้วยหินทรายเช่นกัน
ห่างเป็นระยะๆ ถัดออกไปเป็นสระบารายขนาดเล็ก ซึ่งกินพื้นที่อ้อมไปถึงกลุ่มตัวปราสาทด้านใน ปราสาทบันทายสรี
หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า "บันเตย์เสรย" แปลว่า "ป้อมแห่งสตรี" ถ้าแปลตามภาษาสันสกฤตซึ่ง "ศรี" แปลว่า.....
ความดีงามแล้วก็อาจจะแปลได้ว่า "ป้อมที่สวยงาม" เดินทางกลับแวะชมชม ปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729
โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวันในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย
ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ขึ้นปกคลุม

เที่ยง

อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร New Bayon (พื้นเมือง)
บ่าย


ชมกลุ่มปราสาทนครธม เริ่มจาก สะพานนาคราชชึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูร
ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธม
ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นำชมประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมือง
ในประเทศต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา จากนั้นชม ปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม
เป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ
เดินทางผ่านชมพลับพลาหรือ บัลลังก์ช้าง ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลักเป็นรูปการจับช้างและครุฑยาวประมาณ 300 เมตร
เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ

จากนั้นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์
และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือปราสาทนครวัด ซึ่งสร้างขี้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720
โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร
ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชมภาพการยกกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
โดยมีภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย
เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายวันนี้ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคนโบราณ ที่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมอันวิจิตร
ที่อาจเปรียบเทียบกับบุโรพุทโธของชวา และปิรามิดของอียิปต์ ได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน
จนท่านอาจรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของท่านหมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน

17.30 น.


เดินทางไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่เขาพนมบาเค็ง ท่านสามารถมารถมองเห็นวิวของปราสาทนครวัด จากเบื้องสูง
เมื่อท่านมายืนอยู่บนเขาพนมบาเค็งนี้ เราจะชมตะวันที่ค่อยๆคล้อยคต่ำลงจนลับสายตา จะเป็นภาพที่ประทับใจมิรู้ลืมเลย
จากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พัก

ค่ำ


อาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง

ที่พัก


พักที่ โรงแรม ซิตี้ อังกอร์ หรือ อังกอร์ฮอลิเดย์ ระดับ 4 ดาว

วันที่สาม


เสียมเรียบ - กรุงเทพฯ

เช้า


รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม เช็คเอ้าท์จากโรงแรม
ให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ระลึกฝากทางบ้านที่ตลาดเช้าเสียมเรียบ
อาทิ ปลากรอบ ของที่ระลึก ต่างๆ ได้เวลาแล้วเดินทางสู่ชายแดนไทย

เที่ยง


อาหารกลางวันที่ จ.ศรีโสภณ

15.00 น.


ถึงชายแดนไทย หลังผ่าน
พิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว เดินทางโดยรถตู้กลับกรุงเทพฯ

20.00 น.


ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

พักห้องคู่ ท่านละ 7,900.- บาท
พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 1,500.- บาท


ราคานี้รวม

1. ค่าพาหนะตลอดการเดินทางโดยรถตู้ตั้งแต่กรุงเทพฯ จนสิ้นสุดการเดินทาง
2. ค่าโรงแรมที่พักพร้อมอาหาร, ค่าเข้าชมสถานที่
3. ค่าบริการต่างๆที่ระบุบอยู่ในรายการ
4. เจ้าหน้าที่จากกรุงเทพฯ บริการรับ-ส่งที่ชายเดน
5. เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่จะคอยแนะนำสถานที่เข้าชมและบริการภายในประเทศกัมพูชา
6. ค่าวีซ่า

ราคานี้ไม่รวม

1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด
2. ค่านำกล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอ เข้าไปในสถานที่บางแห่ง
3. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%


เอกสารประกอบการเดินทาง

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
2. รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
3. บัตรประจำตัวประชาชน

หมายเหตุ

1. ราคานี้สำหรับลูกค้าท่านที่สามารถเดินทางร่วมกับท่านอื่นได้
2. การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าขึ้น ผู้บริการขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขสับเปลี่ยนรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม

จอง....คลิก